ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

2 ส.ส.ห่วงประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

 

 

 

2 ส.ส.ห่วงประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

4 ส.ค. 52                 ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เผย พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ที่จังหวัดชัยภูมิแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดเสียชีวิต แนะ รัฐบาลตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นแต่ละจังหวัด ระบุ โฮลเซลทามีเวีย อาจทำให้ดื้อยาจึงไม่ควรรับประทานเพื่อป้องกัน ด้าน ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เผย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อหวัด 2009 ในพื้นที่ แนะประชาชนป้องกันตัวเอง

                นายประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดชัยภูมิว่า พบผู้ติดเชื้อแล้ว แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต จึงเห็นว่าแต่ละจังหวัดจะต้องระวังให้มากขึ้น เพราะเครื่องมือทางการแพทย์ยังไม่สมบูรณ์ จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าในกรุงเทพมหานคร ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ โดยขอให้มีแพทย์ประจำแต่ละโรงพยาบาลเพื่อคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือประชาชน ส่วนประชาชนจะต้องระวังตัว หากรู้สึกไม่สบายและภายใน 48 ชั่วโมงไข้ยังไม่ลดลง ก็ควรให้ยาโฮลเซลทามีเวีย ซึ่งขณะนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งกระจายไปตามโรงพยาบาลต่างจังหวัดแล้วประมาณ 5,000-10,000 เม็ด และแต่ละอำเภออีก 1,000-12,000 เม็ด อย่างไรก็ตาม เห็นว่า ยาโฮลเซลทามีเวีย ต้องรับประทานให้ครบโดส แต่ไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อป้องกันเพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้

                ด้านนายยุคล  ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในกรณีเดียวกันว่า ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อยากให้ประชาชนป้องกันตัวเองให้มากตามคำแนะนำที่ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                               

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                    วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์        เรียบเรียง

                                                                                               



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

กมธ.สาธารณสุข สผ. ชี้ ทางออกของการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ประชาชนต้องดูแลตัวเอง

 

 

กมธ.สาธารณสุข สผ. ชี้ ทางออกของการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ประชาชนต้องดูแลตัวเอง

4 ส.ค. 52                 ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เผย หลังระดมความเห็นหาทางออกแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ประชาชนต้องดูแลตัวเอง ชี้ หากพบมีผู้ติดเชื้อต้องให้ยาโดยเร็ว แนะ รัฐต้องเตือนประชาชนให้ระวังตัวมากขึ้น เพราะอาจมีการกลายพันธุ์จนเชื้อไวรัสมีความรุนแรงกว่านี้

                นายประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสวนาเรื่อง หาทางเลือกใหม่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด A (H1N1) และทางออกของประเทศไทยว่า ผู้เข้าร่วมเสวนาต่างมีความเห็นว่าทางออกของการแก้ปัญหาขณะนี้ คือประชาชนต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ ทั้งนี้ เห็นว่า การให้ยาต้านไวรัสจะให้ตั้งแต่ 24-48 ชั่วโมง หรือ 48-72 ชั่วฌโมง ก็จะทำให้มีโอกาสรักษาโรคได้เร็ว อัตราการเสียชีวิตก็จะลดลง ส่วนรัฐบาลก็จะต้องเตือนภัยให้ประชาชนมีการระมัดระวังตัว ดูแลสุขภาพให้มากขึ้น เพราะในอนาคตอาจจะมีการกลายพันธุ์จนส่งผลให้เชื้อไวรัสดังกล่าวมีความรุนแรงมากขึ้น ต่อข้อถามถึงทางออกของประเทศไทยในขณะนี้ นายประสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องควบคุมไม่ให้โรคแพร่กระจาย รวมถึงควรมีการทดลองวัคซีนที่จะนำเข้ามาจากบริษัทซาโนฟีว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะบริษัทดังกล่าวไม่มีการรับรองความปลอดภัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                                                วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์        เรียบเรียง



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

กมธ.สาธารณสุข สผ. เตรียมเดินทางไปดูงานด้านไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์

 

 

 

 

กมธ.สาธารณสุข สผ. เตรียมเดินทางไปดูงานด้านไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

4 ส.ค. 52                 ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร  เผย ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 น้อยที่สุด ระบุ เตรียมเดินทางศึกษาดูงาน ชี้ เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้กับประเทศไทย

                นายประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงการเตรียมเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ด้านไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เนื่องจากประเทศดังกล่าวเป็นประเทศที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 น้อยที่สุด กมธ.จึงเตรียมเดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอหนังสือรับรองจากบริษัทซาโนฟี ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้เป็นการทำงานจริง และจะได้ประโยชน์อย่างมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                                                วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์        เรียบเรียง



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

"เลิฟ โฮเทล"แดนซามูไร "รุ่ง"ท่ามกลางเศรษฐกิจ"ร่วง"

วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11467 มติชนรายวัน


"เลิฟ โฮเทล"แดนซามูไร "รุ่ง"ท่ามกลางเศรษฐกิจ"ร่วง"


คอลัมน์ เรื่องไม่ธรรมดา

โดย สุทธาสินี จิตรกรรมไทย




"เลิฟ โฮเทล" ที่ตกแต่งตามแนวคิด "เฮลโล่ คิตตี้"

ธุรกิจหลายแขนงใน "ญี่ปุ่น" ต่างซบเซาเพราะโดนพิษเศรษฐกิจเล่นงานเสียหนัก แต่ดูท่าว่าธุรกิจ "เลิฟ โฮเทล" จะเติบโตสวนกระแส...

"ผมไม่อยากใช้คำว่าทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ธุรกิจเลิฟ โฮเทล ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในช่วง 6-9 เดือนที่ผ่านมา" "สตีฟ แมนสฟีลด์" ผู้บริหารระดับซีอีโอของ "นิวยอร์ก เพอร์สเป็คทีฟส์" ที่บริหารจัดการ "เลิฟ โฮเทล" 6 แห่งในญี่ปุ่น เปิดปากเล่า

มีตัวอย่างมายืนยันเช่น อัตราการเข้าพักของ "เลิฟ โฮเทล" แห่งหนึ่งในเครือของนิวยอร์ก เพอร์สเป็คทีฟส์ มีอัตราการจองแน่นเอี้ยดพุ่งสูงไปมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ และถึงสุดสัปดาห์เมื่อไหร่ "เลิฟ โฮเทล" ก็จะแน่นไปด้วยลูกค้า

แถมยังมีการประเมินด้วยว่า ในแต่ละปีมีเม็ดเงินถึงราว 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหมุนเวียนอยู่ในธุรกิจ "เลิฟ โฮเทล" ซึ่งมีมากกว่า 25,000 แห่งในญี่ปุ่น!!

เหตุที่ "เลิฟ โฮเทล" ได้รับความนิยมนั้น แมนสฟีลด์บอกว่า เป็นเพราะช่วยเติมเต็มความต้องการความเป็นส่วนตัวในประเทศที่มีอัตราความหนาแน่นของประชากรสูง และคนญี่ปุ่นเองก็เริ่มมองว่าการเข้า "เลิฟ โฮเทล" ไม่ใช่เรื่องที่น่าเขินอายอีกต่อไป

"ทาคาชิ ยามาโมโตะ" ผู้ออกแบบ "เลิฟ โฮเทล" แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ก็ย้ำว่า ภาพลักษณ์ที่แย่ๆ ของ "เลิฟ โฮเทล" ค่อยๆ จางลงไปแล้ว และลูกค้าก็เริ่มจะเลือกมากขึ้น ทำให้เจ้าของ "เลิฟ โฮเทล" ต้องหาจุดขายมาดึงดูดลูกค้า

"เลิฟ โฮเทล" บางแห่งตกแต่งโรงแรมและห้องพักด้วยสีชมพูหวานแหววตามอย่าง "เฮลโล่ คิตตี้" หนึ่งในตัวการ์ตูนโด่งดังของญี่ปุ่น ขณะที่บางแห่งไม่เน้นสีสัน แต่เน้นการอำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้า อย่างการมีอ่างจากุซซี่ ห้องเซาน่าส่วนตัว มีเครื่องร้องเพลงคาราโอเกะ เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเล่นเกมเพลย์ สเตชั่น รวมถึงเครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง และถุงยาง เพื่อให้ลูกค้าที่เข้าพักได้รับความพึงพอใจมากที่สุด

"75 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเราคือสมาชิกที่อยู่ในโครงการสะสมแต้ม หมายความว่าพวกเขาจะได้รับบัตรสะสมแต้ม เมื่อเข้าพักและสะสมแต้มได้ถึงจำนวนที่กำหนดก็จะได้รับของขวัญ ซึ่งลูกค้าพอใจกับเรื่องนี้ และเราก็คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ามาใช้บริการเลิฟ โฮเทลของเรา" แมนสฟีลด์บอก

อย่างไรก็ตาม "เลิฟ โฮเทล" ไม่ใช่สถานที่สำหรับความรักอย่างเดียว เพราะมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่หลังจากสังสรรค์กับเพื่อนฝูงจนดึกดื่นแล้วไม่อยากกลับบ้าน ก็เข้าไปนอนพักใน "เลิฟ โฮเทล"

"ไม่ว่าเหตุผลอะไร "เลิฟ โฮเทล" ก็ไปได้สวยท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ จนนักธุรกิจอย่างแมนสฟีลด์และนักธุรกิจรายอื่นเตรียมตัวลงทุนเพิ่มแล้ว..."


หน้า 17
                            http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01fun02020852&sectionid=0140&day=2009-08-02

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://ilaw.or.th
http://www.pnac-th.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.thaisara.com
http://www.oknation.net/blog/aumpradya
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
http://www.oknation.net/blog/summer

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สมุนไพรไทย


สมุนไพรไทย

ความศรัทธาในการใช้สมุนไพรไทยในการป้องกันและบำบัดโรคหลายชนิดกำลังแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

วันก่อน มีผู้เกี่ยวข้องในวงการ แพทย์แผนไทย มาสนทนาปรารภถึงความร่วมมือของทางการในด้านนี้ว่ามีน้อยมาก แถมบางครั้งยังขัดขวางโดยไม่มีเหตุผล

ปัจจุบันมีแพทย์แผนไทยจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้บริการอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ มีความจำเป็นต้องใช้ยาไทยรักษาโรคตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย ซึ่งตำรับยาเหล่านั้นส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ

การแพทย์แผนไทย ยาจากสมุนไพรถูกทอดทิ้งมาร่วม 100 ปี มีกลุ่มคนเห็นความจำเป็น ช่วยกันผลักดันและพัฒนามาด้วยความยากลำบาก

แต่เมื่อการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการการรักษาพยาบาลข้าราชการมีมูลค่าสูงขึ้น ทั้งที่ไม่มีการแยกแยะว่าค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนั้น เกิดจากการสั่งใช้ยาแผนปัจจุบันใหม่ๆ แพงๆ นอกบัญชียาหลักแห่งชาติโดยไม่สมเหตุผลหรือไม่ แต่ไฉนจึงมาจำกัดการใช้ยาจากสมุนไพร

ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 04422.2/ว 45 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2552 โดยกรมบัญชีกลางได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยโครงการการพัฒนาระบบตรวจสอบการให้บริการรักษาพยาบาลข้าราชการนั้น

กรมบัญชีกลางได้กำหนดแนวทางประการหนึ่งว่า การเบิกจ่ายค่ายาสมุนไพร ให้เบิกจ่ายเฉพาะรายการรูปแบบ ความแรง ข้อบ่งใช้ และข้อมูลอื่นที่กำหนดในบัญชียาจากสมุนไพรและเภสัชตำรับของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นรายการยาสมุนไพรที่มีอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติปัจจุบันเท่านั้น

ทั้งนี้ ห้ามสถานพยาบาลออกหนังสือรับรองของคณะกรรมการแพทย์ กรณีการใช้ยานอกบัญชียาหลัก

ข้อกำหนดดังกล่าว สมควรที่จะให้มีการทบทวนใหม่ เนื่องจาก

1. ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ปัจจุบัน มีเพียง 19 รายการ ซึ่งมิได้ครอบคลุมกลุ่มอาการของโรค ข้อมูลจากโครงการบูรณาการการแพทย์แผนไทย เข้าในระบบบริการสาธารณสุขแผนปัจจุบัน ปี 2549 สำรวจการใช้ยาของสถานบริการสาธารณสุขของรัฐส่วนภูมิภาค จำนวน 333 แห่ง พบว่ามียานอกบัญชียาหลักที่ใช้อยู่จำนวน 65 ตำรับ ซึ่งมากกว่ายาในบัญชียาหลักแห่งชาติถึง 46 รายการ

2. ยังไม่มีตำรับเภสัชโรงพยาบาลในส่วนของยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

3. แพทย์แผนไทยที่ประกอบเวชกรรมในการรักษาผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ มีความจำเป็นต้องใช้ตำรับยาสมุนไพรที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการประกาศในบัญชียาหลักแห่งชาติ

4. เป็นการปิดกั้นไม่ให้การแพทย์แผนไทยและยาจากสมุนไพรของ ประเทศไทยเติบโต เพราะในขณะที่ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ถ้าเป็นยาแผนปัจจุบันราคาแพงแค่ไหน คณะกรรมการแพทย์สามารถออกใบรับรองให้ใช้ได้ แต่ถ้าเป็นยาจากสมุนไพรกลับห้าม

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขและกรมบัญชีกลาง ควรรับฟังและทบทวนเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของข้าราชการและประชาชนโดยตรง.

"ซี.12"

http://www.thairath.co.th/content/pol/21773


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://ilaw.or.th
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.projectlib.in.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.nstda.or.th/th
http://www.arda.or.th
http://www.nppdo.go.th
http://www.tlcthai.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.oknation.net/blog/assistance
http://weblogcamp2009.blogspot.com/

จากริมถนนขึ้นตึกไฮโซ "จีฉ่อย" ขวัญใจชาวจุฬาฯ

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11462 มติชนรายวัน


จากริมถนนขึ้นตึกไฮโซ "จีฉ่อย" ขวัญใจชาวจุฬาฯ


สุทธาสินี จิตรกรรมไทย - เรื่อง ภานุมาศ สงวนวงษ์ - ภาพ




"จีฉ่อย" กับร้านจีฉ่อย

ตลาดสามย่าน ถูกรื้อจนราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว คราวนี้ถึงเวลาของ ตึกแถว ที่อยู่ด้านหน้าตลาดริมถนนพญาไทบ้าง

ตึกแถวชุดนี้หากนับอายุก็ล่วงเลยเข้าวัยกลางคนกำลังจะทุบทิ้ง...โดยเริ่มต้นลงมือไปบางส่วนแล้ว เหตุผลยอดฮิตที่เจ้าของที่ดินให้ไว้ก็คือ ต้องการจะพัฒนาพื้นที่บริเวณนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทุบทำไม ทุบแล้วสร้างอะไร เป็นคำถามที่ดังอื้ออึงอยู่ในหมู่อาจารย์และนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (แม้เจ้าของที่จะมีคำตอบอย่างเป็นทางการให้แล้วก็ตาม)

เพราะใครๆ ก็รู้ว่าตึกแถวที่กำลังจะทุบนี้เป็นที่ตั้งของร้าน "จีฉ่อย" ที่ชาวจุฬาฯยกย่องให้เป็น "ขวัญใจของชาวจุฬาฯ" ดังนั้น หากทุบตึกแถวทิ้งแล้ว

"จีฉ่อย" ขวัญใจจะย้ายร้านไปขายของที่ไหน เป็นที่หวั่นวิตกของชาวรั้วสีชมพูยิ่ง

"จีฉ่อย" เป็นใคร? มาจากไหน? ทำไมถึงมาเป็นขวัญใจชาวจุฬาฯ มีตำนานเล่ามาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ-รุ่นแม่

จีฉ่อย เป็นทั้งชื่อเจ้าของร้าน และชื่อร้านขายของชำหรือโชห่วยอันลือลั่นแห่งสามย่าน ตั้งอยู่บริเวณตึกแถวที่กำลังจะถูกทุบ ริมถนนพญาไท เจ้าของร้านชื่อจีฉ่อย เป็นหญิงชราร่างเล็กวัยประมาณ 70

ร้านจีฉ่อยปักหลักอยู่ตรงนี้มาไม่ต่ำกว่า 40 ปี ใครเดินผ่านไปมาต้องสะดุดตา เพราะข้างในร้านมีสินค้าอัดแน่นอยู่เต็มจนแทบไม่มีทางเดิน กระทั่งหลายคนแอบตั้งชื่อให้ใหม่เป็น "ห้างสรรพสินค้าจีฉ่อย" เพราะขายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ!!

หากจะจาระไนของขายในร้านคงไม่สามารถจาระไนได้หมด เอาเป็นว่าใครไปถามหาจะซื้อสินค้าอะไร จีฉ่อยหาให้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าอุปกรณ์การเรียน สมุด หนังสือ ยางลบ ปากกา อุปกรณ์กีฬา เรื่อยไปจนถึงหมุด ตะปู ค้อน เลื่อย สีทาบ้าน กระบวยตักน้ำ สายยาง ที่นอน หมอน มุ้ง เก้าอี้ ตะกร้า กระจาด กระด้ง แหวนรุ่นของบางคณะในจุฬาฯ ใบลงทะเบียนเรียนของจุฬาฯ ก็ยังมี- -

ยิ่งตอนนี้กำลังฮิตหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 คุณป้าจีฉ่อยก็ยังมีขายกับเขาด้วย เคียงคู่สบู่เหลวล้างมือ

ตำนานของร้านนี้ว่ากันถึงขั้นหากใครหาซื้ออะไรที่ไหนไม่ได้ให้มาร้านจีฉ่อย คุณป้าจะจัดหามาให้ไม่มีพลาด ถ้าวันที่มาซื้อยังหาไม่ได้ประโยคฮิตติดปากของหญิงวัย 70 ผู้นี้คือ "พรุ่งนี้ลื้อมาเอา"

ชีวประวัติของจีฉ่อย-เจ้าของเอกลักษณ์ฟันทอง 2 ซี่ ค่อนข้างจะเป็นความลับ เพราะเจ้าตัวไม่ยอมปริปากบอกใครง่ายๆ หากไปถามกันตรงๆ มีแต่จะโดนไล่ตะเพิดออกจากร้าน แต่ถ้าวันไหนอารมณ์ดีจีฉ่อยถือโอกาสเล่าให้ฟังเองไม่ต้องไปอ้อนวอนกันให้ยาก

(ซ้ายบน) ยู เซ็นเตอร์ (ขวาบน) บริเวณที่เคยเป็นตลาดสามย่าน (ล่าง) ร้านค้าเริ่มย้ายออกจากตึกแถวริมถนนพญาไท



"พ่อจีฉ่อยทำงานธนาคาร ส่วนแม่ขายของ จีฉ่อยมีพี่น้อง 5 คน จีฉ่อยเป็นคนที่ 2 ฐานะทางบ้านถือว่าค่อนข้างดี หลายสิบปีก่อนพ่อจีฉ่อยถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลยแบ่งเงินมาเปิดร้านขายของชำ...เมื่อก่อนไม่ได้อยู่ตึกแถวตรงนี้หรอก แต่อยู่ลึกเข้าไปใกล้ๆ กับคณะนิติศาสตร์" เสียงบอกเล่าเล่าไปเรื่อยๆ

และราวกับคนฟังถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อจีฉ่อยลุกขึ้นไปหยิบรูปถ่ายที่อยู่ในซองพลาสติคใสเอาออกมาให้ดูพร้อมบอกเล่าเรื่องราวในรูป เพราะโดยปกติแล้วเจ้าของร้านของชำผู้นี้ไม่มีชวนใครสนทนาง่ายๆ

"น้องสาวคนหนึ่งของจีฉ่อยเรียนจบด้านการเกษตรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วได้ทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และยังได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียอีกด้วย ปัจจุบันน้องสาวเขารับราชการอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ หลังเลิกงานแล้วก็แวะมาหาที่ร้านเสมอๆ

"เมื่อก่อนสามย่านคึกคักมาก แต่พอมีห้างพวกนิสิตก็ไปเดินห้างกันหมด" จีฉ่อย เปิดฉากสนทนาถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

"เขาจะทุบตึกตรงนี้แล้วก็เสียดายสิ เพราะขายของและอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งหลายสิบปีแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไปปลูกบ้านอยู่แถวพระราม 2 พอเช้าก็มาเปิดร้าน มืดๆ ก็กลับบ้าน ตอนนี้หลายร้านบริเวณนี้ย้ายออกไปแล้ว ร้านจีฉ่อยก็ต้องย้ายออกไปบ้าง เขาจะรื้อแล้วนี่ อาจารย์และนิสิตจุฬาฯ ก็มาถาม จีฉ่อยจะยังขายของอยู่ไหม เพราะเป็นขวัญใจจุฬาฯ... เขาบอกว่าเราเป็นขวัญใจจุฬาฯ..." หญิงวัยเจ็ดสิบยิ้มกว้างเห็นฟันทอง

"เราก็บอกว่ายังขายของอยู่นั่นแหละ อาจารย์หลายคนเป็นห่วง เขาซื้อของกับจีฉ่อยมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ จนใกล้เกษียณแล้วยังมาซื้ออยู่เลย" จีฉ่อยเล่าพลาง

มีเสียงร่ำลือว่ามีนิสิตหลายคนชอบมา "ลองของ" กับจีฉ่อย สั่งซื้ออะไรยากๆ แล้วจีฉ่อยสามารถหาให้ได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ไม่ว่าเปียโน หรือข้าวมันไก่ เสียงคนนั่งฟังถามขึ้นมั่ง

"เขาคงฝันไปมั้ง" จีฉ่อยบอก

แม้จีฉ่อยจะไม่ได้ต้อนรับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามฉบับยิ้มสยาม แต่ความเอาจริงเอาจังและซื่อสัตย์ จริงใจต่อลูกค้า ก็เป็นเสน่ห์ในการขายของจีฉ่อย ทำให้ชาวบ้านร้านตลาดย่านนั้นรวมถึงอาจารย์และนิสิตจุฬาฯติดอกติดใจ พากันมาซื้อของที่ร้านอยู่เป็นประจำ ครั้นเมื่อเกิดเรื่องราวทุบตึกทิ้งจึงกลายเป็นหัวข้อ "ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ของใครต่อใครที่รู้จักจีฉ่อย ซึ่งสำหรับเจ้าตัวแล้ว บอกว่า- -



"ไม่เป็นไรหรอก...จีฉ่อยยังขายของอยู่เหมือนเดิม แต่จะย้ายจากตรงนี้ขึ้นไปอยู่ที่ยู เซ็นเตอร์" เสียงจีฉ่อยบอก แล้วเล่ารายละเอียดให้ฟัง ว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มาหา แล้วบอกให้เลือกเอาระหว่าง จามจุรี สแควร์ อาคารสูงหลายสิบชั้นซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถนนพญาไทเยื้องกับร้านจีฉ่อยไปเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของร้านค้า ที่พัก และอาคารสำนักงาน กับ ยู เซ็นเตอร์ ซึ่งอยู่ข้างๆ ตลาดสามย่านที่เพิ่งถูกรื้อไป เปิดเป็นหอพักสำหรับนิสิตจุฬาฯ และมีร้านค้าตั้งอยู่ชั้นล่าง

"สองแห่งนี้เขาให้จีฉ่อยเลือกว่าจะไปตั้งร้านขายอยู่ที่ไหน"

"แล้วจีฉ่อยเลือกไปไหน?" คนฟังถามอีก

"จีฉ่อยดูแล้วจามจุรี สแควร์ หรูเกินไป เข้าไปแล้วเดี๋ยวเดินไม่ถูก ไม่รู้จะเดินไปทางไหน เวลาจะเปิดจะปิดร้านก็ต้องตามเวลาเขา...ไม่สะดวกหรอก

"เลยบอกทางจุฬาฯไปว่า อย่างงั้นขอไปอยู่ ยู เซ็นเตอร์ ดีกว่า ปิดร้านดึกได้ แต่ก็เป็นร้านชั้นเดียวนะ ที่นี่มีตั้ง 4 ชั้น ยังไม่รู้เลยว่าจะขนของไปยังไง ตู้นี่ก็ไม่รู้จะเอาไปยังไง" เสียงเจ้าของร้านตอบ แล้วมองไปที่ตู้กระจก 2 ตู้หน้าร้านมีสินค้าสารพัดอยู่ข้างใน

เจ้าของร้านขวัญใจชาวจุฬาฯ หันกลับมาพยักพเยิดกับคนฟัง บอกเสียงดังกว่าปกติ ว่า- -

"จีฉ่อยจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ปลายปีนี้แหละ แล้วว่าจะทำป้ายชื่อร้านจีฉ่อยตัวใหญ่ๆ เขาจะได้รู้ว่าตัวจริงเสียงจริง" หญิงวัยเจ็ดสิบยิ้มกว้างถูกอกถูกใจ

เป็นอันว่า "จีฉ่อย" ขวัญใจชาวจุฬาฯ ยังไม่ปิดตำนาน แค่เพียงย้ายนิวาสถานจากริมถนนไปอยู่อาคารไฮโซเท่านั้นเอง



ลูกค้าขาประจำ"จีฉ่อย"

- กิตติ จิวโพธิ์เจริญ อายุ 26 ปี

นิสิตปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

"ได้ยินชื่อร้านจีฉ่อยตั้งแต่เรียนปริญญาตรีปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่กว่าจะได้ไปซื้อของที่ร้านจีฉ่อยก็ตอนอยู่ปี 2 ตอนนั้นต้องใช้กระดาษโปสเตอร์ สเปรย์ คลิป เป็นอุปกรณ์ทำบอร์ดนิทรรศการ เพื่อนก็ชวนไปซื้อร้านจีฉ่อย เพราะเพื่อนบอกว่าร้านนี้มีทุกอย่าง พอเห็นร้านตอนแรกก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีของเยอะขนาดนั้น...ทึ่งมาก สมคำเล่าลือจริงๆ...

"หน้าตาจีฉ่อยไม่ได้ยิ้มแย้มต้อนรับอะไรมาก แต่จีฉ่อยไม่ดุ มีจิตใจบริการมากๆ อย่างผมจะซื้อแม่กุญแจ จีฉ่อยถามว่าเอาไซซ์ไหน ก็บอกไปว่าขนาดกลางๆ ไม่ต้องใหญ่มาก จีฉ่อยก็หายเข้าไปในร้าน ให้ผมกับเพื่อนรออยู่ข้างนอก สักพักจีฉ่อยก็กลับออกมาพร้อมแม่กุญแจหลายขนาด และถ้าเราเลือกนาน จีฉ่อยก็ไม่หงุดหงิดใส่ลูกค้า...เลยเป็นลูกค้ากันมาตลอด

"ไม่เคยซื้ออะไรแล้วจีฉ่อยบอกว่าไม่มีนะครับ อาจเพราะผมไม่ได้ไปซื้ออะไรที่แปลกมาก"

ส่วนที่จีฉ่อยต้องย้ายร้านออกจากตึกแถวที่อยู่เดิมนั้น "ไม่อยากให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะที่ตั้งเดิมทำเลดี ใครผ่านไปผ่านมาสามารถหาซื้อของได้สะดวก และหากย้ายไปที่ใหม่แล้วไม่รู้ว่าสินค้าจะมีมากเหมือนเดิมหรือเปล่า...

"ผมคิดว่าจีฉ่อยคือส่วนหนึ่งของจุฬาฯ อาจไม่ใช่ร้านที่ใหญ่โตแต่ก็ได้ใจนิสิตไปเต็มๆ"

- ภาณุวัฒน์ อภิวัฒนชัย อายุ 28 ปี

ศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

"รู้จักร้านจีฉ่อยตั้งแต่ยังเด็กๆ เพราะบ้านอยู่แถวสามย่าน ตอนนั้นเคยซื้อของร้านจีฉ่อยอยู่บ้างแต่ไม่บ่อย มาซื้อมากขึ้นก็ช่วงที่เรียนปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ ยิ่งช่วงที่ทำกิจกรรมรับน้องและทำกิจกรรมของชมรมต้องอยู่มหาวิทยาลัยดึกๆ ไม่รู้จะไปหาซื้ออุปกรณ์ที่ไหนก็นึกถึงร้านจีฉ่อย ถ้าร้านปิดจะใช้วิธีไปเคาะประตูหลังร้าน สักพักหนึ่งจีฉ่อยจะลงมาเปิดประตูแล้วถาม "ลื้อจะเอาอะไร" แล้วไปหยิบมาให้ ไม่เคยมีสีหน้าหงุดหงิดหรือรำคาญแม้แต่น้อย

"เพื่อนส่วนใหญ่ในคณะก็ซื้อของร้านจีฉ่อย...ในกรณีที่ของหายาก หาที่ไหนแล้วไม่น่าจะมี จีฉ่อยจะเป็นทางเลือกแรก หรือบางครั้งซื้อของจากที่อื่นมาแล้วร้านจีฉ่อยไม่มีขาย จีฉ่อยจะถามว่าคืออะไร ขายยังไง ราคาเท่าไหร่ คิดว่าหลังจากนั้นจีฉ่อยอาจไปรับมาขายบ้างก็ได้

"เสน่ห์ของร้านจีฉ่อย ผมว่าอยู่ที่ความตั้งใจจริงในการขาย อย่างถ้าสินค้าที่ลูกค้าต้องการไม่มีหรือหมด จีฉ่อยจะบอกให้มาใหม่วันพรุ่งนี้แล้วก็ไม่ผิดหวัง หรือไม่ก็ถามว่าให้เอาตัวอื่นที่ใกล้เคียงไปแทนได้หรือเปล่า ของในร้านก็ราคาไม่แพง แถมยังสามารถต่อรองราคาได้ และยังอยู่ที่การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนขาย-คนซื้อ มีการพูดคุยทักทายกันไม่ใช่ซื้อของเสร็จแล้วก็จบ

"ผมมองว่าจีฉ่อยคือส่วนหนึ่งของสามย่าน และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กจุฬาฯ มาหลายสิบปีแล้ว"


หน้า 20
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra01280752&sectionid=0131&day=2009-07-28
                          

--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เปิดมาสเตอร์แพลนรถไฟฟ้า12สาย ลงทุน 3 เฟส 20 ปี เงินลงทุน 8.3 แสนล้าน



วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลา 09:01:24 น.  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ [อ่านล่าสุด 1731 คน]

เปิดมาสเตอร์แพลนรถไฟฟ้า12สาย ลงทุน 3 เฟส 20 ปี เงินลงทุน 8.3 แสนล้าน

สนข.เปิดพิมพ์เขียวรถไฟฟ้า"รัฐบาลมาร์ก"12 สายละเอียดยิบครอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 700 ตารางกิโลเมตร ลงทุน 3 เฟส 20ปี เงินลงทุน8.3แสนล้าน เผยโครงการเปลี่ยนแปลงไปจากแผนเดิม มีทั้งเป็นเส้นทางขีดขึ้นใหม่ ตัดตอน และต่อเติม

ภายในเดือนสิงหาคมนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะเสนอแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ให้คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ "รัฐบาลมาร์ค 1" พิจารณา โดยแผนแม่บทใหม่ล็อกระยะเวลาการพัฒนาไว้ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2572 ครอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 700 ตารางกิโลเมตร เปลี่ยนแปลงไปจากแผนเดิม มีทั้งเป็นเส้นทางขีดขึ้นใหม่ ตัดตอนและต่อเติมจากเส้นทางเดิมให้สั้นลงและยืดออกไปชานเมืองมากขึ้น มีโครงข่ายทั้งหมด 12 สาย ระยะทางรวม 487 ก.ม. สถานี 311 สถานี เงินลงทุน 838,250 ล้านบาท

@เปิดโพย 12 เส้นทางใหม่

เที่ยวนี้ สนข.การันตีว่า จะไม่เปลี่ยนแปลงอีกแม้การเมืองผลัดใบ ประกอบด้วย
1.สีแดงเข้ม (ธรรมศาสตร์-บางซื่อ-หัวลำโพง-มหาชัย) 85.3 ก.ม. เงินลงทุน 147,750 ล้านบาท เป็นเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ ตามแนวของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีช่วงบางซื่อ-รังสิต-ธรรมศาสตร์ ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง-บางบอน และช่วงบางบอน-มหาชัย

2.สีแดงอ่อน (ศาลายา-ตลิ่งชัน-บางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก) 58.5 ก.ม. 86,340 ล้านบาท แนวตะวันออก-ตะวันตก ตามแนว ร.ฟ.ท. มีช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และตลิ่งชัน-มักกะสัน

3.สีแดงเลือดหมู (แอร์พอร์ตลิงก์) จากพญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ 28.5 ก.ม.  25,920 ล้านบาท
4.สีเขียวเข้ม (ลำลูกกา-หมอชิต-สมุทรปราการ-บางปู) 66.5 ก.ม. 102,420 ล้านบาท แนวเหนือ-ตะวันออก ตามแนวถนนพหลโยธินและสุขุมวิท มีช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ช่วงสะพานใหม่-คูคต-ลำลูกกา ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และแบริ่ง-สมุทรปราการ-บางปู

5.สีเขียวอ่อน (ยศเส-บางหว้า) 15.5 ก.ม. 15,130 ล้านบาท แนวตะวันตก-ใต้ ตามแนวถนนพระรามที่ 1 ถนนสาทร มีช่วงสะพานตากสิน-ถนนตากสิน ช่วงถนนตากสิน-บางหว้า และช่วงสนามกีฬา-ยศเส
6.สีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) 55 ก.ม. 93,100 ล้านบาท เป็นเส้นทางสายวงแหวนและแนวถนนเพชรเกษม มีช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ-บางแค และช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4

7.สีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ และแคราย-ปากเกร็ด) 49.8 ก.ม. 135,880 ล้านบาท เส้นทางหลักแนวเหนือ-ใต้ มีช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ และแคราย-ปากเกร็ด 8.สีส้ม (บางบำหรุ-มีนบุรี) 32 ก.ม. 117,600 ล้านบาท เส้นทางหลักแนวตะวันออก-ตะวันตก มีช่วงบางบำหรุ-ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ และบางกะปิ-มีนบุรี

9.สีชมพู (ปากเกร็ด-มีนบุรี) 29.9 ก.ม. 31,240 ล้านบาท รองรับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และการเติบโตทางด้านเหนือ เริ่มจากปากเกร็ด-วงเวียนหลักสี่-วงแหวนรอบนอก-มีนบุรี
10.สีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) 30.4 ก.ม. 38,120 ล้านบาท รองรับพื้นที่ย่านลาดพร้าว ศรีนครินทร์ และทางด้านตะวันออกของ กทม. เริ่มจากลาดพร้าว-พัฒนาการ-สำโรง

11.สีเทา (วัชรพล-สะพานพระราม 9) 26 ก.ม. 31,870 ล้านบาท รองรับพื้นที่ย่านสาธุประดิษฐ์และการโตทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของ กทม. เริ่มจากวัชรพล-ลาดพร้าว ช่วงลาดพร้าว-พระราม 4 และพระราม 4-สะพานพระราม 9
12.สีดำ (ดินแดง-สาทร) 9.5 ก.ม. 12,880 ล้านบาท รองรับย่านดินแดง ย่านมักกะสัน เริ่มจากช่วง กทม.2-ดินแดง-ศูนย์มักกะสัน-สาทร

@แบ่งการลงทุนเป็น 3 เฟส

ด้านการก่อสร้าง สนข.แบ่งเป็น 3 ระยะ นับตามปีเปิดบริการ คือระยะ 5 ปีแรก (2553-2557) เปิดบริการปี 2557 มี 5 สาย คือสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต-ธรรมศาสตร์) 36.3 ก.ม. สร้างต้นปี 2553 สีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่) 11.4 ก.ม. และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 12.8 ก.ม. สร้างต้นปี 2554 สีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) 23 ก.ม. สร้างต้นปี 2553 สีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) 27 ก.ม. สร้างกลางปี 2553

ระยะ 10 ปี (2553-2562) เปิดบริการปี 2562 มีสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง-บางบอน) 29 ก.ม. สีแดงอ่อน (บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน) 9 ก.ม. และช่วงมักกะสัน-หัวหมาก 10 ก.ม. สร้างต้นปี 2555 ช่วงตลิ่งชัน-มักกะสัน 10.5 ก.ม. สร้างต้นปี 2558 ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา 14 ก.ม. สร้างต้นปี 2557 สีเขียวเข้ม (สะพานใหม่-คูคต) 7 ก.ม. สร้างต้นปี 2554 สีเขียวอ่อน (สนามกีฬา-ยศเส) 1 ก.ม. สร้างต้นปี 2556

สีม่วง (บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) 19.8 ก.ม. สร้างต้นปี 2557 สีส้ม (บางบำหรุ-ศูนย์วัฒนธรรม) 12 ก.ม. สร้างต้นปี 2557 ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ 9 ก.ม. และช่วงบางกะปิ-มีนบุรี สร้างต้นปี 2555 สีชมพู (ปากเกร็ด-หลักสี่) 12 ก.ม. และช่วงวงเวียนหลักสี่-วงแหวนรอบนอก 10.4 ก.ม. สร้างต้นปี 2555 และช่วงวงแหวนรอบนอก-มีนบุรี 7.5 ก.ม. สร้างต้นปี 2558

ระยะ 10 ปีหลัง (2562-2572) เปิดบริการปี 2572 มีสีแดงเข้ม (บางบอน-มหาชัย) 18 ก.ม. สร้างต้นปี 2559 สีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) 8 ก.ม. สร้างต้นปี 2561 สีม่วง (แคราย-ปากเกร็ด) 7 ก.ม. สร้างกลางปี 2560 สีเหลือง (ลาดพร้าว-พัฒนาการ) 12.6 ก.ม. สร้างต้นปี 2563 ช่วงพัฒนาการ-สำโรง 17.8 ก.ม. สร้างต้นปี 2565

สีเทา (วัชรพล-ลาดพร้าว) 8 ก.ม. สร้างต้นปี 2568 ช่วงลาดพร้าว-พระราม 4 รวม 12 ก.ม. และพระราม 4-สะพานพระราม 9 ระยะทาง 6 ก.ม. สร้างต้นปี 2566 สีดำ (ดินแดง-มักกะสัน-สาทร) 9.5 ก.ม. สร้างต้นปี 2563 สีเขียวเข้ม (คูคต-ลำลูกกา) 6.5 ก.ม. สร้างต้นปี 2567 และช่วงสมุทรปราการ-บางปู 7 ก.ม. สร้างต้นปี 2569

                                     http://www.matichon.co.th/prachachat/news_detail.php?newsid=1248365436&grpid=01&catid=00

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.sanamluang.bloggang.com
http://tham-manamai.blogspot.com
http://lifeanddeath2mcu.blogspot.com
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.projectlib.in.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.nstda.or.th/th
http://www.arda.or.th
http://www.nppdo.go.th
http://www.tlcthai.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.oknation.net/blog/assistance
http://weblogcamp2009.blogspot.com/