ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กาฬโรคปอดบวม เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่เชื้อในอากาศ และติดต่อจากการไอจาม คล้ายคลึงกับกาฬโรคที่ต่อมน้ำเหลืองบวมอักเสบหรือ "Bubonic Plague"

 กาฬโรค / ซอยสวัสดี

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ5/8/2552

กาฬโรค

 

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่ามีการ “ปิดเมือง” จื่อเคอทัน และพื้นที่บริเวนโดยรอบในมณฑลชิงไห่ ทางทิศตะวันตกของจีน หลังพบผู้เสียชีวิต 2 คน ที่ป่วยเป็นโรค “กาฬโรคปอดบวม” หรือ “Pneumonic Plague” ซึ่งถือว่าเป็นโรคระบาดร้ายแรงชนิดหนึ่งของโลก

                กาฬโรคปอดบวม เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่เชื้อในอากาศ และติดต่อจากการไอจาม คล้ายคลึงกับกาฬโรคที่ต่อมน้ำเหลืองบวมอักเสบหรือ “Bubonic Plague” ที่เคยระบาดครั้งใหญ่เมื่อยุคกลางและทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้านคน

                สำหรับประเทศไทยรายงานข่าวแจ้งว่า ครั้งสุดท้ายที่มีการพบการระบาดในประเทศคือเมื่อปี 2495 และด้วยสภาพที่เมืองในประเทศจีนที่ถูกปิดไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในเมืองมีประชากรเพียง 10,000 คน การแพร่ระบาดต่อในจีน หรือข้ามประเทศมายังไทย โอกาสยังน้อย

                แต่ก็อย่าลืมว่า เมื่อครั้งไข้หวัดใหญ่ 2009 มาใหม่ๆ หลายคนประมาท โดยเฉพาะหน่วยราชการที่รับผิดชอบ จึงไม่ทันระวังตัว และต้องเผชิญกับการระบาดที่ควบคุมยังไม่ได้จนทุกวันนี้ จึงจำเป็นที่หน่วยงานราชการจะต้องมีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และมีการรายงานให้ประชาชนทราบโดยตลอด

                รวมไปถึงประชาชนทุกคนด้วย ที่จะต้องเป็นหูเป็นตา คอยสังเกตอาการคนรอบข้าง ทั้งยังต้องปฏิบัติตนด้วยความมีวินัย มีการรักษาความสะอาด มีสุขภาพ พลานามัยที่ดี

                เพราะในโลกยุคปัจจุบันจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด การติดต่อสื่อสารรวดเร็ว การที่คนซักคนที่มีเชื้อโรคระบาดจะเดินข้ามพรมแดน หรือบินข้ามน้ำข้ามทะเลมามีความเสี่ยงพอๆกัน จะห่างไกลอย่างไรก็ไม่เหมือนสมัยก่อนที่คำว่าห่างไกลนั้น ติดต่อกันยากจริงๆ

                และขนาดเดินทางถึงกันลำบากทุรกันดานอย่างในยุคกลาง ยังมีคนตายร่วม 25 ล้านคน แล้วในยุคที่ถนนลาดยางลาดคอนกรีตถึง มีสนามบินทันสมัย หากระบาดขึ้นมาจะไม่มากกว่าได้อย่างไร

                ส่วนเชื้อความรุนแรงของเชื้อโรค จะว่ารุนแรงกว่าเดิมก็คงไม่ใช่ และด้วยการแพทย์สมัยใหม่ย่อมรู้จักและเข้าใจสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ และมีวิธีป้องกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าไวรัสหรือเชื้อโรคที่มีอยู่ในยุคนี้ อาจ “กลายพันธุ์” ผิดแผกแตกต่างจากในอดีต

                ทั้งยังมี “ภูมิต้านทาน” ต่อยาต่างๆที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์คิดค้นไว้เพื่อป้องกันและรักษาโรค ขนาด “ไข้หวัดใหญ่” ยังมี “สายพันธุ์ใหม่” ได้ แล้วกาฬโรคจะไม่มี “วิวัฒนาการ” บ้างเชียวหรือ

                จากที่ได้เคยมีโอกาสคุยหรือสัมภาษณ์แพทย์หลายคนทั้งที่เป็นแพทย์สมัยใหม่และแพทย์ทางเลือก ถึงสาเหตุที่ทำไมจึงปรากฏโรคเดิมๆที่นึกว่าหมดไปจากพื้นโลกแล้ว กลับมาคุกคามมนุษย์อีก และมีความรุนแรงมากกว่าเดิม

                ซึ่งแต่ละคนมีข้อสันนิษฐานของตนเอง แต่จะใกล้เคียงกันในประเด็นที่ว่า เชื้อโรคเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน เสมือนในร่างกายมนุษย์ก็มีเชื้อโรคต่างๆอยู่ เพียงแต่ว่าในโลกปัจจุบันมนุษย์ได้รุกล้ำเข้าไปทุกซอกทุกมุม และต้องไปรับเชื้อโรคเดิมๆมาอีก

                ขณะที่สิ่งแวดล้อมของโลกก็ทรุดโทรมลง ดูด้วยตาตึกรามบ้านช่องอาจจะสะอาดขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ได้ทำลายธรรมชาติ มีทั้งกากอุตสาหกรรม ขยะ และการทำให้มลพิษเกิดขึ้นทั้งในน้ำและอากาศ ซึ่งมีผลโดยรวมคือทำให้ภูมิต้านทานของโลกนั้นอ่อนแอลง

                เพียงแค่ภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยน ภาวะ “โลกร้อน” ที่เกิดขึ้น ทำให้ “ยุง” มีมากขึ้น “พาหะ” ของโรคที่ตามมากับยุงก็เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา

                ขณะที่สิ่งสกปรก เศษอาหารที่ทิ้งสะสมหมักหมมอยู่ได้เป็นแหล่งอาหารของแมลงและสัตว์ต่างๆ เช่น แมลงสาป หรือหนู ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้คือ “พาหะ” ของกาฬโรคที่น่ากลัว

                เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตระหนักว่าเป็นปัญหาใหญ่ และจะไม่หมดสิ้นไปง่ายๆ มีแต่จะเพิ่มความรุนแรง และมีการปรากฏตัวของโรคใหม่ๆมากขึ้นทุกวัน 

                มาตรการที่รักษาความสะอาดอย่างเช่นที่รณรงค์อยู่เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ จึงควรที่จะเป็น “มาตรฐาน” ของการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน จะกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ มีเจล มีหน้ากาก และการที่จะต้องระมัดระวังความสะอาดของอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย และสถานที่ทำงาน

  http://www.siamrath.co.th/uifont/Articledetail.aspx?nid=3881&acid=3881


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

ส.ส.ชัยนาท ระบุ กรณีต่างชาติมาเช่าที่นาในรูปแบบนอมินีเป็นเรื่องที่รัฐต้องพิจารณาให้ดี

                                     

 

 

 

ส.ส.ชัยนาท ระบุ กรณีต่างชาติมาเช่าที่นาในรูปแบบนอมินีเป็นเรื่องที่รัฐต้องพิจารณาให้ดี

4 ส.ค.52 -               สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย ระบุ กรณีต่างชาติมาเช่าที่นาในรูปแบบนอมินีเป็นเรื่องที่รัฐต้องพิจารณาให้ดีถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมแนะ หากเกษตรกรจำหน่ายข้าวได้ราคาดีปัญหาการขายหรือให้เช่าที่น่าจะหมดไป

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ต่างชาติตั้งเป้ากว้านซื้อและเช่าที่ดินแปลงใหญ่ภาคกลางและอีสาน แห่งละ 4 - 5 แสนไร่ หวังทำเกษตรให้ครบวงจรว่า เรื่องดังกล่าวรัฐต้องพิจารณาให้ดีว่าการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในลักษณะดังกล่าวผลประโยชน์จะตกอยู่ที่เกษตรกรหรือไม่และผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนกรณีการเข้ามาทำกิจการในรูปแบบนอมินีนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาร่วมกันว่ามีความจำเป็นที่ต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้หรือไม่

นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยนาท ยังกล่าวอีกว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดในเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น รัฐบาลน่าจะพยายามทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่สูง เพราะหากเกษตรกรจำหน่ายได้ในราคาที่สูงเกษตรกรคงไม่อยากขายที่หรือให้บุคคลอื่นมาเช่าที่เพื่อทำนาแทนตนอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เกรียงไกร  หอมจันทร์เทศ   ข่าว / เรียบเรียง



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

ส.ส.พิษณุโลก วอนคนไทยมีจิตสำนึกในที่ดินทำกินภายในประเทศ


                                     

 

 

 

ส.ส.พิษณุโลก วอนคนไทยมีจิตสำนึกในที่ดินทำกินภายในประเทศ

4 ส.ค.52 -               สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุ การถือครองที่ดินในลักษณะนอมินีให้แก่คนต่างชาติเป็นเรื่องยากต่อการตรวจสอบ วอนคนไทยมีจิตสำนึกในการหวงแหนที่ดินทำกินภายในประเทศก่อนจะสูญเสียให้แก่ชาวต่างชาติ

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ต่างชาติตั้งเป้ากว้านซื้อและเช่าที่ดินแปลงใหญ่ภาคกลางและอีสาน แห่งละ 4 - 5 แสนไร่เพื่อหวังทำเกษตรว่า เรื่องที่เกิดขึ้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำการตรวจสอบเนื่องจากมีคนไทยบางส่วนยอมเป็นเครื่องมือของชาวต่างชาติในการเป็นนอมินี ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นตนอยากเรียกร้องถึงคนไทยบางกลุ่มที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเช่าที่ให้มีจิตสำนึกในการหวงแหนที่ดินที่เป็นของประเทศไทยให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป ส่วนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐนั้น ศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่แห่งชาติต้องรีบเร่งพิสูจน์อย่างจริงจังว่ามีที่ดินแปลงใดที่มีการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์การถือครองโดยผิดสังเกต ก่อนที่ที่ดินของประเทศจะสูญเสียไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เกรียงไกร  หอมจันทร์เทศ   ข่าว / เรียบเรียง


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

2 ส.ส.ห่วงประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

 

 

 

2 ส.ส.ห่วงประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

4 ส.ค. 52                 ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เผย พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ที่จังหวัดชัยภูมิแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดเสียชีวิต แนะ รัฐบาลตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นแต่ละจังหวัด ระบุ โฮลเซลทามีเวีย อาจทำให้ดื้อยาจึงไม่ควรรับประทานเพื่อป้องกัน ด้าน ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เผย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อหวัด 2009 ในพื้นที่ แนะประชาชนป้องกันตัวเอง

                นายประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดชัยภูมิว่า พบผู้ติดเชื้อแล้ว แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต จึงเห็นว่าแต่ละจังหวัดจะต้องระวังให้มากขึ้น เพราะเครื่องมือทางการแพทย์ยังไม่สมบูรณ์ จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าในกรุงเทพมหานคร ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ โดยขอให้มีแพทย์ประจำแต่ละโรงพยาบาลเพื่อคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือประชาชน ส่วนประชาชนจะต้องระวังตัว หากรู้สึกไม่สบายและภายใน 48 ชั่วโมงไข้ยังไม่ลดลง ก็ควรให้ยาโฮลเซลทามีเวีย ซึ่งขณะนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งกระจายไปตามโรงพยาบาลต่างจังหวัดแล้วประมาณ 5,000-10,000 เม็ด และแต่ละอำเภออีก 1,000-12,000 เม็ด อย่างไรก็ตาม เห็นว่า ยาโฮลเซลทามีเวีย ต้องรับประทานให้ครบโดส แต่ไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อป้องกันเพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้

                ด้านนายยุคล  ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในกรณีเดียวกันว่า ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อยากให้ประชาชนป้องกันตัวเองให้มากตามคำแนะนำที่ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                               

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                    วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์        เรียบเรียง

                                                                                               



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

กมธ.สาธารณสุข สผ. ชี้ ทางออกของการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ประชาชนต้องดูแลตัวเอง

 

 

กมธ.สาธารณสุข สผ. ชี้ ทางออกของการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ประชาชนต้องดูแลตัวเอง

4 ส.ค. 52                 ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เผย หลังระดมความเห็นหาทางออกแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ประชาชนต้องดูแลตัวเอง ชี้ หากพบมีผู้ติดเชื้อต้องให้ยาโดยเร็ว แนะ รัฐต้องเตือนประชาชนให้ระวังตัวมากขึ้น เพราะอาจมีการกลายพันธุ์จนเชื้อไวรัสมีความรุนแรงกว่านี้

                นายประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสวนาเรื่อง หาทางเลือกใหม่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด A (H1N1) และทางออกของประเทศไทยว่า ผู้เข้าร่วมเสวนาต่างมีความเห็นว่าทางออกของการแก้ปัญหาขณะนี้ คือประชาชนต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ ทั้งนี้ เห็นว่า การให้ยาต้านไวรัสจะให้ตั้งแต่ 24-48 ชั่วโมง หรือ 48-72 ชั่วฌโมง ก็จะทำให้มีโอกาสรักษาโรคได้เร็ว อัตราการเสียชีวิตก็จะลดลง ส่วนรัฐบาลก็จะต้องเตือนภัยให้ประชาชนมีการระมัดระวังตัว ดูแลสุขภาพให้มากขึ้น เพราะในอนาคตอาจจะมีการกลายพันธุ์จนส่งผลให้เชื้อไวรัสดังกล่าวมีความรุนแรงมากขึ้น ต่อข้อถามถึงทางออกของประเทศไทยในขณะนี้ นายประสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องควบคุมไม่ให้โรคแพร่กระจาย รวมถึงควรมีการทดลองวัคซีนที่จะนำเข้ามาจากบริษัทซาโนฟีว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะบริษัทดังกล่าวไม่มีการรับรองความปลอดภัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                                                วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์        เรียบเรียง



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

กมธ.สาธารณสุข สผ. เตรียมเดินทางไปดูงานด้านไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์

 

 

 

 

กมธ.สาธารณสุข สผ. เตรียมเดินทางไปดูงานด้านไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

4 ส.ค. 52                 ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร  เผย ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 น้อยที่สุด ระบุ เตรียมเดินทางศึกษาดูงาน ชี้ เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้กับประเทศไทย

                นายประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงการเตรียมเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ด้านไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เนื่องจากประเทศดังกล่าวเป็นประเทศที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 น้อยที่สุด กมธ.จึงเตรียมเดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอหนังสือรับรองจากบริษัทซาโนฟี ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้เป็นการทำงานจริง และจะได้ประโยชน์อย่างมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                                                วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์        เรียบเรียง



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

"เลิฟ โฮเทล"แดนซามูไร "รุ่ง"ท่ามกลางเศรษฐกิจ"ร่วง"

วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11467 มติชนรายวัน


"เลิฟ โฮเทล"แดนซามูไร "รุ่ง"ท่ามกลางเศรษฐกิจ"ร่วง"


คอลัมน์ เรื่องไม่ธรรมดา

โดย สุทธาสินี จิตรกรรมไทย




"เลิฟ โฮเทล" ที่ตกแต่งตามแนวคิด "เฮลโล่ คิตตี้"

ธุรกิจหลายแขนงใน "ญี่ปุ่น" ต่างซบเซาเพราะโดนพิษเศรษฐกิจเล่นงานเสียหนัก แต่ดูท่าว่าธุรกิจ "เลิฟ โฮเทล" จะเติบโตสวนกระแส...

"ผมไม่อยากใช้คำว่าทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ธุรกิจเลิฟ โฮเทล ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในช่วง 6-9 เดือนที่ผ่านมา" "สตีฟ แมนสฟีลด์" ผู้บริหารระดับซีอีโอของ "นิวยอร์ก เพอร์สเป็คทีฟส์" ที่บริหารจัดการ "เลิฟ โฮเทล" 6 แห่งในญี่ปุ่น เปิดปากเล่า

มีตัวอย่างมายืนยันเช่น อัตราการเข้าพักของ "เลิฟ โฮเทล" แห่งหนึ่งในเครือของนิวยอร์ก เพอร์สเป็คทีฟส์ มีอัตราการจองแน่นเอี้ยดพุ่งสูงไปมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ และถึงสุดสัปดาห์เมื่อไหร่ "เลิฟ โฮเทล" ก็จะแน่นไปด้วยลูกค้า

แถมยังมีการประเมินด้วยว่า ในแต่ละปีมีเม็ดเงินถึงราว 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหมุนเวียนอยู่ในธุรกิจ "เลิฟ โฮเทล" ซึ่งมีมากกว่า 25,000 แห่งในญี่ปุ่น!!

เหตุที่ "เลิฟ โฮเทล" ได้รับความนิยมนั้น แมนสฟีลด์บอกว่า เป็นเพราะช่วยเติมเต็มความต้องการความเป็นส่วนตัวในประเทศที่มีอัตราความหนาแน่นของประชากรสูง และคนญี่ปุ่นเองก็เริ่มมองว่าการเข้า "เลิฟ โฮเทล" ไม่ใช่เรื่องที่น่าเขินอายอีกต่อไป

"ทาคาชิ ยามาโมโตะ" ผู้ออกแบบ "เลิฟ โฮเทล" แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ก็ย้ำว่า ภาพลักษณ์ที่แย่ๆ ของ "เลิฟ โฮเทล" ค่อยๆ จางลงไปแล้ว และลูกค้าก็เริ่มจะเลือกมากขึ้น ทำให้เจ้าของ "เลิฟ โฮเทล" ต้องหาจุดขายมาดึงดูดลูกค้า

"เลิฟ โฮเทล" บางแห่งตกแต่งโรงแรมและห้องพักด้วยสีชมพูหวานแหววตามอย่าง "เฮลโล่ คิตตี้" หนึ่งในตัวการ์ตูนโด่งดังของญี่ปุ่น ขณะที่บางแห่งไม่เน้นสีสัน แต่เน้นการอำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้า อย่างการมีอ่างจากุซซี่ ห้องเซาน่าส่วนตัว มีเครื่องร้องเพลงคาราโอเกะ เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเล่นเกมเพลย์ สเตชั่น รวมถึงเครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง และถุงยาง เพื่อให้ลูกค้าที่เข้าพักได้รับความพึงพอใจมากที่สุด

"75 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเราคือสมาชิกที่อยู่ในโครงการสะสมแต้ม หมายความว่าพวกเขาจะได้รับบัตรสะสมแต้ม เมื่อเข้าพักและสะสมแต้มได้ถึงจำนวนที่กำหนดก็จะได้รับของขวัญ ซึ่งลูกค้าพอใจกับเรื่องนี้ และเราก็คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ามาใช้บริการเลิฟ โฮเทลของเรา" แมนสฟีลด์บอก

อย่างไรก็ตาม "เลิฟ โฮเทล" ไม่ใช่สถานที่สำหรับความรักอย่างเดียว เพราะมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่หลังจากสังสรรค์กับเพื่อนฝูงจนดึกดื่นแล้วไม่อยากกลับบ้าน ก็เข้าไปนอนพักใน "เลิฟ โฮเทล"

"ไม่ว่าเหตุผลอะไร "เลิฟ โฮเทล" ก็ไปได้สวยท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ จนนักธุรกิจอย่างแมนสฟีลด์และนักธุรกิจรายอื่นเตรียมตัวลงทุนเพิ่มแล้ว..."


หน้า 17
                            http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01fun02020852&sectionid=0140&day=2009-08-02

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://ilaw.or.th
http://www.pnac-th.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.thaisara.com
http://www.oknation.net/blog/aumpradya
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
http://www.oknation.net/blog/summer