ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เปิดลงทะเบียนเบี้ยคนแก่รอบใหม่

เปิดลงทะเบียนเบี้ยคนแก่รอบใหม่

ข่าววันที่ 16 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

เปิดลงทะเบียนเบี้ยคนแก่รอบใหม่

 

            นายสิทธิรัตน์  ถ้ำสุวรรณ ผอ.สำนักพัฒนาสังคม กทม.กล่าวว่า กทม.กำหนดรับจดทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับปีงบฯ 53 ระหว่างวันที่ 17-31 ส.ค.นี้ ณ สำนักงานเขต 50 แห่ง โดยคุณสมบัติประกอบด้วย มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาในกทม.ตามทะเบียนบ้าน อายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ได้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์

            ทั้งนี้ สามารถขอรับเบี้ยยังชีพด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอรับแทนได้โดยกรอกข้อมูลในคำขอและยื่นคำขอต่อสำนักงานเขตที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 17-31 ส.ค.52 ในวันและเวลาราชการ เอกสารที่ต้องใช้ได้แก่ บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย พร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา สมุดบัญชีเงินฝาก พร้อมสำเนา (กรณีที่ต้องการรับเงินผ่านธนาคาร) สำหรับเอกสารประกอบหากมีการมอบอำนาจคือ หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิภายใน 15 ก.ย.นี้ และเริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพตั้งแต่ต.ค.52 เป็นต้นไป

 

 
  รูปประกอบข่าว
http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=44322


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

มนตรามายากร เสกความสุขจนลืมหิว

มนตรามายากร เสกความสุขจนลืมหิว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 สิงหาคม 2552 15:34 น.
ถัง ต้าลี่ นักมายากลจากฮ่องกงกำลังแสดงกลไพ่
       เอเยนซี - เวลานี้คนจีนกำลังเป็นโรคติดดูการแสดงมายากลกันอย่างงอมแงม และมายากร ผู้สร้างสรรค์ความบันเทิงก็แจ้งเกิดในโลกแห่งมายากลแดนมังกรราวกับกระต่ายน้อย กระโดดพรวดออกมาจากหมวกวิเศษตัวแล้วตัวเล่า และนั่นคือคำยืนยันจากปากของหวัง เสี่ยวปอ นักเล่นกลวัย 40 ปี ที่เพิ่งโชว์ลีลาการแสดงห่วงโลหะ 6 อัน โยนให้กระทบพร้อม ๆ กัน จากนั้น ก็นำห่วงมาต่อเป็นรูปดอกไม้ รถสามล้อ และเครื่องบิน
       

       การ "ต่อห่วง" เป็นการเล่นกล ที่ผู้คนรู้จักกันดี และมายากรจีนใช้สร้างความสุขให้แก่ผู้คนมาเป็นเวลานานนับอย่างน้อย 2,000 ปีแล้ว
       
       " ผมเกิดมาในหมู่บ้านแห่งมายากล" หวัง เริ่มต้นเล่า
       
       เขาหมายถึงหมู่บ้านจ้าวอิง ในอำเภอเป่าเฟิง มณฑลเหอหนัน ทางภาคกลางของจีน หมู่บ้านแห่งนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 1,600 คน ซึ่งหลายคนยึดการเล่นกลเป็นอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องมากกว่าการทำนาไร่ และอำเภอเป่าเฟิงมีการแสดงมายากลสืบทอดกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 แล้ว
       
       "การเล่นกลกำลังมาแรงมากครับตอนนี้ พวกเพื่อนบ้านผมหลายคนก็เลยกำลังออกเดินสาย แสดงทั่วประเทศ" หวังกล่าว
       
       สำหรับตัวเขาเองนั้นปักหลักแสดงวันละ 2 รอบ ที่โรงแสดงมายากล ซึ่งเพิ่งเปิดการแสดงเมื่อปีก่อนที่ตำบลจ้าวจวง อำเภอเป่าเฟิง

การแสดงกลไพ่จากนักมายากลชาวญี่ปุ่น,การแสดงกลผ้าลอยตัวจากนักมายากลชาวจีน,กลเปิดของจากชาวเปรู และกลเสกของจากนักมายากลชาวสวีเดน ซึ่งทั้งหมดต่างเดินทางมาร่วมงานจัดมหกรรมการแข่งขันชิงชนะเลิศนักมายากลโลก ที่กรุงปักกิ่ง
       การจัดมหกรรมการแข่งขันชิงชนะเลิศนักมายากลโลก ที่กรุงปักกิ่งที่จัดขึ้นระหว่าง 26 ก.ค.- 2 ส.ค.เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ยืนยันถึงกระแสความนิยม โดยนักแสดงมายากลกว่า 2,000 คนจากทั่วโลก เข้าประชันฝีมือกัน
       
       นอกจากนั้น ยังมีการแสดงมายากลระดับสุดยอดให้ชมกันตาค้าง ว่ากันตั้งแต่การเนรมิตภาพลวงตามหึมาทำนองเดียวกับการแสดงของเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ไปจนถึงการแสดง ที่ให้ได้ชมกันใกล้ชิดยิ่งกว่า ซึ่ง หลิว เชียน จ้าวแห่งมายากล ณ เวลานี้ เป็นผู้นำออกแสดง จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
       
       ถามว่าหลิววัย 33 ปี ฝีไม้ลายมือฉกาจระดับไหนน่ะหรือ ? ก็ขอตอบว่า เมื่อตอนอายุได้ 12 ปี เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์แค่ออกปากว่า เขาเป็นสุดยอดนักมายากลรุ่นเยาว์แห่งไต้หวันก็เท่านั้นเอง
       
       การแสดงตบตาผู้คนของหลิว ในรายการโชว์ทางโทรทัศน์ที่จีนเมื่อฤดูใบไม้ผลิทำให้ชาวจีนยิ่งบ้าคลั่งมายากล เช่นการเล่นกลชุดหนึ่ง เขาเสกให้แหวนหายวับ เข้าไปอยู่ในฟองไข่ไก่ จากนั้น จัดการเตาะไข่ ในทันทีที่เปลือกแตก แหวนปริศนาก็ปรากฏต่อสายตาคนดู เรียกเสียงฮือฮาไปทั่ว
       
       ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองยามนี้ นักเล่นกลในเมืองจีนไม่มีวันตกงาน !
       

       โรงเรียนสอนนักเล่นกลสมัครเล่นและมืออาชีพผุดระดะระดาราวดอกเห็ดในฤดูฝน ตามมหาวิทยาลัยมีสมาคมมายากลเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็พลอยทำมาค้าคล่องไปด้วย พ่อค้าในตำบลจ้าวจวง เปิดเผยว่า ปีนี้เครื่องแต่งกายสำหรับการแสดงบนเวที ยอดขายพุ่งถึงร้อยละ 30 ส่วนกระโจมผ้าใบสำหรับการแสดงมายากลตามบ้านนอก ยอดขายพุ่งถึงร้อยละ 50
       
       หมู่บ้านจ้าวอิง ของหวังนั้นคุยว่า มีนักเล่นกลถึงกว่า 100 คณะ และรายได้ของหมู่บ้านร้อยละ 75 มาจากการเล่นกล
       
       นี่ "คือปีที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับมายากลจีน" เวเน่ หวัง เจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์ในกรุงปักกิ่ง วัย 45 ปีกล่าว
       
       ขณะเรียนหนังสือที่อเมริกานั้น เขาเรียนมายากลไปด้วย และเจ้าตัวเพิ่งพิมพ์หนังสือ ชื่อว่า "ไชน่า แมจิก!" (การเล่นมายากลของจีน) ภาคภาษาอังกฤษและภาษาจีน ออกจำหน่ายสด ๆ ร้อน ๆ
       
       " การเต้นรำ และดนตรีป๊อป ไม่ใช่ของใหม่แล้วล่ะครับ มายากลต่างหาก ทำให้ผู้คนจ้องตาแทบถลน" เวเน่ การันตี
       
       "การเล่นกลเป็นของใหม่และกำลังนิยมกันในหมู่คนหนุ่มสาว"
       
       
การแสดงเปิดงานมหกรรมการแข่งขันชิงชนะเลิศนักมายากลโลกอย่างอลังการเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา

       
       เวเน่กำลังหวังว่า ทางการจะอนุมัติให้เขาเปิดการแสดงครั้งอภิมหาอลังการในวันที่ 1 ตุลาคม เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ในจีน เขาต้องการเสกสนามกีฬารังนก ซึ่งเป็นสนามกีฬาโอลิมปิกในกรุงปักกิ่ง ให้ลอยขึ้นไปบนอากาศ แล้วเนรมิตให้หายวับไปกับตาในเวลากลางวันแสก ๆ ซึ่งเฮียไม่ได้โม้
       
       ความประทับใจในการแสดงของยอดฝีมือกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักมายากลรุ่นใหม่หลายคน เช่น หยาง ซวนวัย 23 ปี เธอเรียนพิเศษที่ศูนย์ฝึกการเล่นกลแห่งหนึ่ง ในกรุงปักกิ่งเพียงแค่ 2 อาทิตย์ ก็สามารถโชว์ทักษะใหม่ ๆ ได้แล้ว
       
       "ฉันชอบหลิว เชียนแสดงกลมาก เขาทำได้ยังไงน่ะ?" หยาง เล่า
       
       " มันเหมือนกับเป็นมายากลแบบที่ใครก็เรียนได้ พวกเพื่อนในชั้นเรียนชอบดูฉันเล่นกลแต่ฉันไม่เคยแบไต๋ว่าทำได้ยังไง" เธอว่า
       การเล่นกลเป็นวีธีทำให้ผู้คนสนใจคุณได้อย่างหนึ่ง
       
       หวัง เค่อเฉียงเรียนที่สถาบันสอนมายากลอยู่นานหนึ่งปีครึ่ง จากนั้นเร่สัญจรแสดงตามริมถนน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็เพิ่งไปแสดงที่ทิเบต
       " ทีแรกผมเรียนมายากลเพื่อจีบสาว" หนุ่มวัย 22 ปีบอก
       
       มันเป็นวิธีที่ได้ผล ข้างฝ่ายมารดานั้นเคยคัดค้าน ที่เขาริอาจเป็นมายากร เพราะเห็นว่าอาชีพนี้ตัน ทว่าหันกลับมาสนับสนุนเต็มที่ เมื่อลูกชายทำเงินได้สูงถึงเดือนละ 1,500 ดอลลาร์
       
       นอกจากนั้น การเล่นกลยังนำมาใช้เป็นวิธีเกริ่น ก่อนจะสอนเรื่องโทษของบุหรี่ได้อีกด้วย คุณครูสาว หู ฮุ่ยหาน อายุแค่ 22 ปี สอนที่โรงเรียนสอนมายากลมานาน 4 ปี ชอบแกล้งให้บุหรี่ของพวกหนุ่ม ๆ อันตรธานไปต่อหน้าต่อตา เล่นเอาใจหายใจคว่ำ จากนั้นก็เทศนาถึงพิษภัยของบุหรี่ ทว่าเมื่อ 'คอมายกล' เต็มบ้านเต็มเมือง การจะเล่นตบตาอะไรง่าย ๆ มันก็จืดเกินไป
       
       "เมื่อสิบปีก่อน เล่นมายากลในเมืองจีนไม่ยากอะไรนัก แต่ตอนนี้การสะกดให้คนดูชักยาก" ฟรานซ์ ฮารารี่ นักเล่นกลชาวอเมริกัน ช่ำชองการแสดงในจีนมานานนับสิบปีเล่า
       
       ฮารารี่มั่นใจว่า นักมายากลจีนจะได้รับความนิยมเกรียวกราว เพราะพวกเขากำลังลอกเลียนแบบการแสดงของเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ และคนอื่น ๆ

       หวัง เสี่ยวปอซึ่งชอบเล่นกลแบบดั้งเดิม ยอมรับว่า นักมายากลส่วนใหญ่กำลังวุ่นกับการโชว์ ที่ปรับให้เป็นแบบตะวันตก เพราะชาวจีนมากมายเห็นว่า การเล่นกลแบบตะวันตกนั้นดีที่สุด
       
       ทว่าถึงอย่างไร นักเล่นกลของจีนก็มีแบบฉบับการแสดง ที่หลากหลายอย่างมาก
       
       ตง ตันตันเรียนมายากลจากบิดา เมื่ออายุ 7 ขวบ เธอเห็นว่า นักแสดงจากอำเภอเป่าเฟิงแสดงตามธรรมเนียมการเล่น ที่สืบทอดกันมามากจนเกินไป และการแสดงก็ดูแข็ง ๆ
       
       "ฉันผสมผสานการเล่นแบบเก่ากับแบบตะวันตก" สาววัย 22 ปี ระบุ
       ถิ่นของเธออยู่ที่เมืองไคเฟิง มณฑลเหอหนัน และตั๋วชมการแสดงของตงขายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ในปีนี้ โดยการแสดงแต่ละรอบ เธอทำเงินได้ 146 ดอลลาร์
       
       ส่วนผู้เฒ่าเหมา อี่ว์ซันนักเล่นกลมือเก๋า แห่งเป่าฟิง ไม่ประทับใจการแสดงของหลิว เชียน "กลของหลิวไม่ยาก" แกบอก
       
       อย่างไรก็ตาม ท่านผู้เฒ่าก็ชอบดูมายากลที่แสดงทางโทรทัศน์เช่นกัน
       
       ในสมัยของแกนั้น แกแสดงมายากลอย่างกลืนงู, ทอดไข่ในหมวกชาวนา และเสกให้ไข่กลายเป็นลูกไก่ โดยคร่ำหวอดมานาน จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งทำให้การเล่นกลต้องมุดลงดินอยู่นานเกือบทศวรรษ
       
       เมื่อมายากลจีนกำลังเฟื่องถึงขนาดนี้ จึงมีความพยายามมานานหลายปี เพื่อขออนุญาตรัฐบาล ก่อตั้งสมาคมนักมายากลของจีน คล้าย ๆ กับสมาคมนักมายากลแห่งอเมริกา แต่ยังไม่สำเร็จ โดยปัจจุบันการเล่นกลอยู่ในความควบคุมของสมาคมกายกรรมจีน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์
       
       "ในจีน การก่อตั้งองค์กรของพลเรือนไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่ได้สร้างความวุ่นวายให้สังคม และก็ไม่ใช่ลัทธิศาสนา" เวเน่ หวังซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตี ยืนกราน
       
       "เราไม่ได้เสกเวทมนตร์จริง ๆ ซะหน่อย มันเป็นการลวงตา ทุกคนก็รู้"
       
       ถึงอย่างไร ฐานะของนักมายากลในสมัยนี้ก็จัดว่าดีกว่าในอดีตมาก
       
       "สมัยก่อน พวกนักเล่นกลถูกปฏิบัติเหมือนอาชญากร ที่กำลังหลบหนี" ผู้เฒ่าเหมารำพึง
       
       " เดี๋ยวนี้ ฐานะของพวกเขาสูงเทียมฟ้า คนหนุ่มสาวสามารถทำตามความฝันของตัวเอง"
       
       แล้วแกก็หันมาให้ความบันเทิงแก่แขก ที่มาเยี่ยมบ้าน ด้วยการแสดงกลแบบเก่า เช่น เสกเหรียญให้ล่องหน หรือเบ่งโซ่ ที่พันรอบอก จนหลุด เหมือนจอมมายากลแฮร์รี่ ฮูดินี่
       
       แกได้ถ่ายทอดวิชาให้ลูกชายจนเป็นนักมายากล ที่ประสบความสำเร็จ และเจ้าหลายชายวัย 13 ปี ก็กำลังเจริญรอยตาม
       
       ว่ามาถึงตรงนี้แล้ว ก็ทำให้นึกอยากตีตั๋ว บินลัดฟ้าไปเมืองจีนขึ้นมาตงิด ๆ เพื่อไปดูการแสดงของผู้เฒ่าเหมา และ "นักสร้างภาพลวงตา" คนอื่น ๆ ให้ฉ่ำปอดไปเลย
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000089434


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ปฏิวัติ "ภาษีป้าย"สั่งไล่-ล่า-รีด

  ปฏิวัติ “ภาษีป้าย”สั่งไล่-ล่า-รีด

ข่าววันที่ 13 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

 

                                       ปฏิวัติ ภาษีป้ายสั่งไล่-ล่า-รีด

 

 

** เก็บหมดตั้งแต่ชายคายันที่รัฐ

** คาดกรอบใหม่เพิ่มกว่า100ล.

 

    เริ่มมีผล 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป  ไล่ตั้งแต่ชายคาบ้าน  ต้นไม้  เสาไฟ  ป้ายเงินด่วน  หน่วยงานรัฐที่แปรรูป      เป็นบมจ.  เซเว่นฯ สนามกอล์ฟ พร้อมเสนอแก้กฎกระทรวงตามรีดถึงหลังคารถ คาดเงินเข้าคลังเพิ่มกว่า 100 ล้าน  แฉบริษัทยักษ์ เบียร์สิงห์- สหพัฒน์ชักดาบตลอด 

 

    นายธีระชน   มโนมัยพิบูลย์  รองผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งรัดการจัดเก็บรายได้กทม.ว่า ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางจัดเก็บรายได้งบประมาณปี 53 ที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้เป็นไปตามเป้า ซึ่งได้กำหนดมาตรการจัดเก็บภาษีป้ายทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ภาษีที่ดินและมรดก เป็นต้น โดยได้วางกรอบเริ่มจัดเก็บภาษีในต้นปีงบประมาณ 53 หรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

    อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ครอบครองป้ายรับทราบ โดยในส่วนของป้ายโฆษณาที่ติดตามอาคาร รถบรรทุก รถสาธารณะ ต้องเสียภาษี ซึ่งกทม.กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ว่า ป้ายที่เปลี่ยนหน้าป้ายโฆษณาใหม่จะต้องถูกประเมินภาษีใหม่  ส่วนป้ายที่ติดตามที่เอกชน เช่น ชายคาบ้าน จะประเมินและเรียกเก็บภาษีด้วย รวมทั้งป้ายที่ติดบนต้นไม้ เสาไฟ เช่น ป้ายเงินกู้ จะให้ 50 เขต ออกตระเวนเก็บออกให้หมด พร้อมโทรศัพท์ตามเพื่อให้จ่ายภาษี หากยังฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้บ้านเมืองสะอาด

    นายธีระชนกล่าวว่า  นอกจากนี้ ได้ให้กองรายได้ ศึกษาแนวทางเก็บภาษีบริษัทเอกชนที่ติดป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ เช่น บริษัท ทีโอที บริษัท ปตท. ซึ่งเดิมเป็นหน่วยงานรัฐแต่เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนแล้ว รวมถึงการเก็บภาษีจากที่ราชการที่ให้เอกชนเช่า  เช่น  7-Eleven สนามกอล์ฟ เนื่องจากยังไม่เสียภาษีโรงเรือนฯ จึงจะขอความร่วมมือ ส่วนภาษีทรัพย์สินและมรดก จะเตรียมการไว้ตามที่รมว.คลังจะจัดเก็บ คาดใช้เวลา 2-3 ปี จะจัดเก็บได้ 

          ทั้งนี้ หากจัดเก็บภาษีตามเกณฑ์นี้ได้ จะมีรายได้เพิ่มกว่า 100 ล้าน ซึ่งปีนี้ กทม.เก็บภาษีป้ายได้แล้ว 600 ล้าน ตามเป้า 100% และจะได้เสนอขอแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 2  ตาม พ.ร.บ.ป้าย เพื่อให้จัดเก็บภาษีป้ายที่ติดบนรถยนต์ส่วนตัวด้วย ที่ผ่านมา ได้จัดเก็บภาษีป้ายจากรถขสมก. รถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส รวมถึงป้ายที่ติดตามที่สาธารณะและเอกชน เช่น น้ำอัดลมเป๊บซี่ โค้ก อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เอกชนรายใหญ่บางรายยังไม่เคยจ่ายภาษีให้ กทม.เลย เช่น เบียร์สิงห์ และบริษัทในเครือสหพัฒน์ เป็นต้น

 

 

 

 
  รูปประกอบข่าว
http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=44188


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ภาษีที่น่าจะงดเก็บชั่วคราว ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ภาษีที่น่าจะงดเก็บชั่วคราว / สยามรัฐผลัดใบ

ยุวรัตน์ กมลเวชช14/8/2552

 

ภาษีที่น่าจะงดเก็บชั่วคราว

 

                หนังสือพิมพ์ข่าวท้องถิ่นลงข่าวภาษีโรงเรือนและที่ดินของสมุทรปราการว่า จัดเก็บถึง 30 มิถุนายน 2552 ได้เงิน 1,662 ล้านบาท ทำให้ชื่นใจในความสำเร็จ คุ้มกับการถูกด่าที่นำวิธีคำนวณค่าเช่ารายปีสำหรับเก็บ ภาษีโรงเรือนและที่ดินขึ้นมาใช้ในจังหวัดปทุมธานีและชลบุรี ปี 2533-2534 ที่เก็บภาษีนี้ทั้งประเทศได้เพียงปีละประมาณ 700 ล้านบาทเท่านั้น

                แม้ว่าวันนี้ เพียงสมุทรปราการจังหวัดเดียวยังเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินได้มากกว่าทั้งประเทศในสมัยนั้น แต่การเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ก็ยังคงเป็นกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม คล้ายกับเอาเงินทองของผู้ยากจนไปให้คนรวยใช้ เช่น ไม่เก็บภาษีบ้านเพื่ออยู่อาศัยแม้ราคาเป็นสิบๆ ล้านมีคนอยู่อาศัยนับสิบแต่พื้นที่ไม่เกินที่กำหนดตามข้อบัญญัติ แต่คนจนไม่มีเงินสร้างบ้าน ต้องเช่าบ้านคนอื่นอยู่สองสามคนราคา 2,000 บาทต่อเดือนคิดเป็นรายปี 24,000 บาท เสียภาษีร้อยละ 12.5 เป็นเงินต้องเสียภาษีปีละ 3,000 บาท หรือที่ยอมรับไม่ได้คือการเลี่ยงไปปลูกพืชผลไม้เช่นต้นกล้วยในที่ดินราคาแพงเพื่อจะได้เสียภาษีในอัตราต่ำ มองเป็นภาพการเบียดเบียนคนจนเพราะภาษีที่เก็บได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายจัดบริการต่างๆของท้องถิ่น แทนที่จะจัดเก็บตามความสามารถและจำนวนการใช้บริการ จึงมีการเรียกร้องให้ออกกฎหมายเก็บภาษีทรัพย์สินที่น่าจะให้ความยุติธรรมแก่สังคมแต่ไม่สำเร็จ ชักเข้าชักออกกันอยู่ ไปไม่ถึงไหน ตายระหว่างทางเดินของฝ่ายการเมืองอยู่เสมอ

                ที่เอามากล่าว เพื่อให้เห็นว่าการจัดเก็บภาษีโรงเรือนไม่ค่อยจะเป็นธรรม และเป็นภาระกับคนรายได้ต่ำ แม้ว่ากฎหมายกำหนดเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านเช่าเป็นผู้เสียภาษี แต่ทั่วไปมักทำสัญญาให้ผู้เช่าเสียภาษีแทนหรือรวมเป็นค่าเช่า ถ้ารัฐบาลยกเว้นไม่เก็บภาษีจากบ้านเช่าที่ไม่เกินเดือนละ 4,500.00 บาท หรือปีละ 54,000.00 บาท (คิดจากค่าใช้จ่ายเพื่อที่อยู่อาศัย ร้อยละ 30 ของคนมีเงินเดือนไม่เกิน 15,000.00 บาท) จะทำให้คนรายได้น้อยที่เป็นแรงงานในเขตอุตสาหกรรมทั่วประเทศ จำนวนไม่น้อยกว่า 3-4 ล้านคนและนักเรียนยากจนอีกนับล้าน ที่เช่าห้องอยู่รวมกันในราคาประมาณ 2,000.00 บาท ไม่ต้องเสียภาษีปีละ 3,000 บาท หรือเดือนละ 250 บาท

                เงิน 250 บาทต่อเดือนมีค่ามากสำหรับคนกลุ่มนี้ เพราะซื้อข้าวได้กว่า 10 กิโลกรัมและยังเหลือเงินซื้อหมูรวนเค็มเก็บไว้กินได้ แต่ถ้าดัดจริตไปห้างซื้ออาหารที่จำเป็นแต่มีการปรุงตบแต่งเช่น บะหมี่สำเร็จรูปยอดนิยมของผู้ใช้แรงงานและนักเรียนที่ไม่มีครัวทำอาหารเพราะที่นอนก็ยังไม่พอจะนอนกันอยู่แล้ว ก็ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ารัฐบาลหาลู่ทางยกเว้นไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าบางอย่างที่จำเป็นชั่วคราวได้ ก็จะช่วยให้ผู้คนกลุ่มนี้ซื้อของจำเป็นได้ถูกลงอีกร้อยละ 7

                ดูแล้วน่าจะทำได้ง่ายๆ แต่บ้านเมืองไทยเรายังมีผู้ใหญ่ทะเลาะกัน ชิงความเป็นใหญ่ในสังคมที่มีปลาใหญ่ไล่กินปลาเค็ม จนกลไกของรัฐเป๋ ทำให้เรื่องง่ายเป็นเรื่องยาก มักจะไม่ได้ผลตามที่คิดไว้ เพราะกลไกรัฐมักชอบทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แม้แต่ที่นายังถูกต่างชาติหลบเลี่ยงกว้านซื้อได้ ทั้งๆที่ ทุกคนในท้องที่รู้กันหมดทุกคน เว้นแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้นที่ไม่รู้

                การงดเก็บภาษีโรงเรือนจากค่าเช่าที่ต่ำกว่าเดือนละ 4,500 บาทต่อเดือนชั่วคราว จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่าที่รายได้ต่ำจริงจัง ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องใช้กลไกที่มีอยู่ควบคุม ตรวจสอบจากการเสียภาษีจากค่าเช่าเดิมของแต่ละบ้านเช่าที่ท้องถิ่นจัดเก็บ (ถ้าท้องถิ่น โวยว่ารายได้ลด ก็ตั้งเงินอุดหนุนให้ไป) แล้วควบคุมเจ้าของบ้านเช่าให้ลดค่าเช่าตามจำนวนที่ไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีการละเมิดไม่ปฏิบัติต้องได้รับโทษทันที ท่านข้าราชการต้องทำตนเป็นคนรู้แล้วทำ อย่าทำตนเป็นคนคิดได้ แต่ทำไม่ได้ เพราะกลัวจะเดือดร้อน เนื่องจากไประคายเคืองปลาใหญ่ที่กำลังไล่กินปลาเล็ก น่าสงสารประเทศไทยจริงๆ ขอกราบถามเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน โปรดมีความกล้าเป็นธุระให้ทุกคนอยู่ในบังคับของกฎหมาย และเท่าเทียมกันเถิด เพื่อเพื่อนร่วมชาติจะมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้ต่อไป

http://www.siamrath.co.th/UIFont/Articledetail.aspx?nid=3951&acid=3951

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://ilaw.or.th
http://www.pnac-th.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.thaisara.com
http://www.oknation.net/blog/aumpradya
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
http://www.oknation.net/blog/summer
http://www.thaibreastfeeding.org

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คนพลิกโลก : เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล : ผู้ก่อตั้งสิงคโปร์

 คนพลิกโลก : เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล : ผู้ก่อตั้งสิงคโปร์

ข่าววันที่ 9 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

                "สิงคโปร์  นับเป็นประเทศระดับชั้นนำแห่งภูมิภาคอุษาคเนย์  ทั้งๆ ที่ประเทศแห่งนี้   

 เพิ่งจะได้รับเอกราชเมื่อไม่นานมานี้  และถึงแม้ว่าจะนับกันตั้งแต่ก่อตั้งก็ยังไม่ถึง  200 ปี 

 ด้วยซ้ำ หลังจากที่รัฐบุรุษผู้มีชื่อเสียงชาวอังกฤษคนหนึ่ง เดินทางเข้ามายังดินแดนแห่งนี้

                     นั่นคือ..."เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล"

                    โดยเซอร์สแตมฟอร์ด   ริ่มปฏิบัติการสำรวจเกาะที่ได้ชื่อว่าอยู่ใต้สุดแห่งแหลมมลายู   

 คือ  สิงคโปร์  นั้น  เมื่อช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2362 ก่อนที่ท่านเซอร์เกิดวิสัยทัศน์ขึ้น 

 มาว่า ต้องการให้เกาะดังกล่าวเป็น "ท่าเรือการค้า"

                   และแล้ววิสัยทัศน์ของท่านเซอร์ก็ฝั่งฝันในเวลาต่อมา  หลังการเปิคลองสุเอช  โดย 

 เกาะสิงคโปร์  ก็ถูกอังกฤษยกระดับฐานะดินแดนอาณานิคม และนำไปสู่ความเป็นดินแดนท่า 

 เรือระดับนานาชาติขึ้น

                    สำหรับประวัติของเซอร์สแตมฟอร์ด เกิดบนเรือแอนน์ ของอังกฤษ ขณะแล่นนอกชาย 

 ฝั่งจาไมกา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2324 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2 

 369  ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สิริรวมอายุ 45 ปี โดยความสำคัญของท่านเซอร์นั้น   

 ถึงขนาดที่สิงคโปร์ยกให้เป็นบิดาหรือผู้ก่อตั้งประเทศ  และทำอนุสาวรีย์ให้  ตั้งอยู่ที่ท่าเรือ 

 นอร์ทโบต ซึ่งเป็นจุดที่เซอร์สแตมฟอร์ด เหยียบขึ้นฝั่งสิงคโปร์เป็นครั้งแรก

 
  รูปประกอบข่าว
http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=54&nid=43840


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สภาสับเละ "งบประมาณสำนัก"

  สภาสับเละ “งบประมาณสำนัก”

ข่าววันที่ 6 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

                                      สภาสับเละ งบประมาณสำนัก

 

** เฉ่งคลังซื้อรถไม่มีประกัน

** จี้แผลอนามัยโรงฆ่าสัตว์

 

    นายวิสูตร  สำเร็จวาณิชย์  ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ของสำนักต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการฯได้ตั้งข้อสังเกตสำนักการระบายน้ำประเด็นแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งประชาชนได้ร้องเรียนและนำมาซึ่งการเสนอญัตติเพื่อพิจารณาฯ โดยสมาชิกฯ มีมติเห็นชอบผ่านสภากทม.ไปแล้ว แต่สำนักฯไม่ได้ให้ความสำคัญในการเสนองบฯตามที่มีมติเห็นชอบจากสภากทม. เช่น คลองบางเตย เขตบึงกุ่ม ที่คนในพื้นที่กว่า 1,000 คนร้องเรียน เนื่องจากเดือดร้อนจากน้ำท่วม

    สำหรับสำนักการคลัง คณะกรรมการฯได้ตั้งข้อสังเกต การจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้สำนักเทศกิจ พบมีปัญหาชำรุดและขาดอะไหล่ซ่อมบำรุง ทั้งยังไม่มีศูนย์บริการ การจัดซื้อต้องหาบริษัทที่มีบริการหลังการขายเพื่อดูแลรักษารถ ควรจะให้ 50 เขต มีอำนาจจัดซื้อเพื่อลดภาระของสำนักการคลัง รวมทั้งกทม.จะต้องตั้งคณะกรรมการศึกษาพ.ร.บ.จัดระเบียบการจอดยานยนต์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล 2503 ที่ระบุในมาตรา 5 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเท่านั้น ซึ่งกฎหมายล้าหลัง ต้องแก้ไขโดยให้จ้างบริษัทเอกชนมาเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บแทนเจ้าหน้าที่ซึ่งมีเพียง 36 คน ซึ่งไม่พอต่อการดูแลพื้นที่ริมถนน 66 เส้น นอกจากนี้ ควรนำเข้าตู้หยอดเหรียญเพื่อเพิ่มจัดเก็บรายได้และเพิ่มกล้องวงจรปิด CCTV ช่วยตรวจตราจับกุมผู้ฝ่าฝืน

    ส่วนสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ควรบูรณาการวางแผนและป้องกันสาธารณภัยให้สอดรับกับแผนนโยบายระดับชาติ ในพื้นที่สำคัญต้องมีศูนย์คอยดูแลติดตามภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV ในอนาคต กทม.จะต้องมีโรงเรียนดับเพลิงเพื่อสร้างบุคลากรมีศักยภาพ อีกทั้งควรมีศูนย์บัญชาการขนาดใหญ่คอยควบคุมสั่งการป้องกันและเข้าระงับเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ

                  สำหรับ โครงการทำหมันสุนัขจรจัดแล้วทำการปล่อยกลับสถานที่เดิมของสำนักอนามัยควรเข้าไปดำเนินการในชุมชนมากกว่าศาสนสถาน เพราะสุนัขส่วนมากเกิดจากแหล่งชุมชนไม่ได้มาจากวัด รวมถึงโครงการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ของกทม. ที่โครงการล่าช้า  เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงานควรเร่งผู้รับเหมามาปรับปรุง รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มเติมในส่วนที่ถูกขโมยไป พร้อมทั้งจัดสรรงบฯซ่อมแซมบางส่วนที่ชำรุด อีกทั้งโครงการจัดทำแว่นสายตาฟรีให้กับประชาชน จะต้องปรับปรุงแว่นสายตาให้มีคุณภาพและคงทนต่อการใช้งาน

 

 

 

 

 http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=43694

 
  รูปประกอบข่าว


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://itceoclub.ning.com
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.logex.kmutt.ac.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://pwdhutch3.blogspot.com
http://energygreenhealth.com

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บินไทยส่อขาดทุนไตรมาสสอง 2 พันล้าน

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 5 สิงหาคม 2552 03:22

บินไทยส่อขาดทุนไตรมาสสอง 2 พันล้าน

การบินไทย